[Fic] bleach (GrimXUl): Do you know..? [2]

posted on 17 Apr 2009 16:00 by jpr-ray

เปนการเปิดตัวอย่างแหม่งๆนะว่าไหม ?

ย้ายมาจากเว็บเด็กดี เนื่องจากอยากมีบล็อคกะเค้าบ้าง (หัวเราะ)

ขอให้สนุกนะคะ ^^ (แม้จะหาความสนุกได้น้อยก้อตาม- -")

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

[Fic] bleach (GrimXUl): Do you know..? [2]

 

            ไสหัวไปให้พ้นๆทางข้า อุลคิโอร่า!!” ร่างสูงตะโกนใส่อย่างมีน้ำโห ทั้งๆที่จริงอยากจะตวัดร่างบางเข้ามาโอบกอดเสียมากกว่า

             ............

            เจ้าของชื่อค่อยๆหันใบหน้าสวยมามอง

            กริมจอร์...

            น้ำเสียงเย็นๆตามแบบฉบับของเจ้าตัวเอ่ย

            เออ! ข้าชื่อกริมจอร์..เรื่องนั้นข้ารู้ ไม่ต้องมาย้ำ!!” เขากระแทกเสียงตอบ ดวงตาสีฟ้ามองเอสปาด้าตรงหน้าอย่างไม่ชอบใจ แม้ลึกๆจะเต็มไปด้วยความสเน่หา

            ข้าไม่เห็นว่าจะขวางทางเจ้าตรงไหน ทางเดินก็ออกจะกว้าง...

            ขวางโว๊ย!!”

รู้..รู้ว่าเจ้าไม่ได้ขวาง

ทางเดินนี้ออกจะกว้างนัก

แต่ข้าพอใจที่จะหาเรื่องเจ้าแบบนี้

พอใจ..ที่ใบหน้าไร้ความรู้สึกเบือนมาหา

พอใจ..ที่ดวงตาคู่งามสะท้อนเห็นเงาข้า

พอใจ..ที่เสียงเย็นชาเอื้อนเอ่ยชื่อข้า

พอใจ..ในทุกสิ่งอย่าง ที่เจ้าปฏิบัติต่อข้า แม้มัน..จะไร้เยื่อใย

            ไร้สาระ

เจ็บ...แต่ก็พอใจที่จะได้ยิน

เพราะอย่างน้อย..ก็หมายความว่าเจ้ายังสนใจข้า

            หึ..ไอ้ซีด ข้าเหยียดยิ้ม

            ............ ชายผู้นั้นไม่ตอบกลับมา มีแต่แววตาที่ฉายความรำคาญอย่างชัดเจน แต่ก็ไม่หันหลังเดินจากไปเหมือนทุกครั้ง ข้านึกแปลกใจ

            ไอ้เงียบ ข้าพูดต่อ

            หลับตา จู่ๆอุลคิโอร่าก็พูดออกมาอย่างมี่ปี่ไม่มีขลุ่ย

            ทำไมข้าขมวดคิ้วอย่างสงสัย

            หลับตา กริมจอร์..ร่างบางนั้นย้ำ ปกติข้าคงไม่ทำตามแน่ แต่ไหนๆมันก็ยอมยืนเถียงกับข้านานกว่าเดิม ก็ยอมๆไปแล้วกัน

            ร่างสูงหลับตาลง มือสองข้างยังคงล้วงไว้ในกระเป๋า คิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันเริ่มคลายออก ใบหน้าหล่อเหลาดูเรียบเฉยและสงบ อุลคิโอร่ากระตุกยิ้มที่มุมปาก กริมจอร์สะดุ้งเมื่อปลายนิ้วเรียวของอุลคิโอร่าแตะตรงเปลือกตาอย่างแผ่วเบา

            นภากลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว ไม่หมองมัว ไม่มืดมน ไม่โศกเศร้า..ดีจริง

            เสียงหวานถูกเอ่ยอย่างอ่อนโยนและนุ่มนวล จนกริมจอร์รู้สึกได้ อยากจะลืมตาเสียใจจะขาด อยากจะเห็นว่าเอสปาด้าตรงหน้านั้นแย้มยิ้มรึไม่

            นภาคืออะไร??

            ปลายนิ้วค่อยๆเลื่อนออก ให้อิสระในการมองเห็นของเอสปาด้าหมายเลข 6 อีกครั้ง

            เจ้าคิดว่าไงล่ะ อุลคิโอร่าย้อนถามพลางหันหลังเดินจากไป

            ถ้าข้ารู้ แล้วข้าจะถามเจ้ามั๊ยล่ะหา!?!” เสียงห้าวตะโกนกลับไล่หลัง

            ฮึ๊ย~” ร่างสูงครางในลำคออย่างไม่ชอบใจ มือขวาเอื้อมไปทาบที่อกซ้าย เต้นถี่และแรงราวกับจะหลุดจากอก จนได้ยินถึงเสียงหัวใจ บ้าจริง!? เจ้านั้นจะได้ยินรึเปล่านะ 

            เอสปาด้าหมายเลข 4 นั่งนิ่งอยู่บนเตียง ใบหน้าเรียบเฉยอยู่เป็นนิจแสดงถึงความครุ่นคิดอย่างชัดเจน

            ข้าเป็นอะไร?

            ทำไมต้องแสดงออกถึงขนาดนั้นด้วย..

 

ตุบ!

            ร่างบางทิ้งกายนอนราบกับเตียงนุ่ม ดวงตาสีมรกตฉายแววไหวหวั่นอย่างไม่คิดจะปกปิด

            ตอนนั้น...

            ข้าได้ยินถึงเสียงหัวใจ

            มันเต้นถี่รัวและดังก้อง ราวกับจะระเบิดเสียให้ได้

            ข้าอยากรู้...

            หัวใจดวงไหนก็แสดงออกเช่นนั้น

            ของข้า..

            ...หรือ ของเจ้า

            ....กริมจอร์...

             

edit @ 17 Apr 2009 16:02:33 by JPR-Ray

[Fic] bleach (GrimXUl): Do you know..? [1]

posted on 16 Apr 2009 15:02 by jpr-ray

[Fic] bleach (GrimXUl): Do you know..? [1]

 

รู้สึกแปลกๆ

 ...ยามจ้องมองร่างบางนั่น

 

รู้สึกหวั่นๆ...

 

...ยามสบดวงเนตรสีมรกตที่แสนเศร้านั้น

 

รู้สึกเจ็บแบบแปลกๆ...

 

...ยามได้ยินเสียงเยือกเย็นที่เจ้าเอ่ยกับข้า

           

รู้สึกโหยหา...

           

...ยามเจ้าห่างร้างไปไกล

           

 รู้สึกห่วงใย...

            .

..ยามเจ้าได้รับบาดแผลมา

           

 รู้สึกถึงความปราถนา...

 ...ความอยากได้ อยากครอบครอง

           

...เรือนผมสีดำสนิทดุจห้วงรัตติกาล

           

...ดวงตาสีมรกตคู่งาม

           

...ริมฝีปากยั่วยวน

           

...รูปกายบอบบาง

           

รวมถึงน้ำเสียงที่เย็นชา

           

...ทุกสิ่ง ทุกอย่าง

           

แม้กระทั้ง...

           

หัวใจ..ที่ไม่เคยมีของเจ้า...

           

...อุลคิโอร่า...

 

 

            ร่างสูงสง่ายืนกอดอก หันหน้าออกไปมองนอกหน้าต่าง ดวงตาสีฟ้าใสเหม่อไปยังท้องฟ้าที่ไม่รู้ว่ามันจะมีไหมใน ลาร์ นอร์เซ่’  เรือนผมตั้งสีฟ้าสดใสสะท้อนกับแสงแดดจนเป็นประกายระยิบระยับ เสี้ยวหน้าล่างครึ่งหนึ่งถูกปิดด้วยหน้ากาก ใบหน้าหล่อเหลาครึ่งหนึ่งถูกแสงสาดส่องจนเกิดเงาตามใบหน้าคมเข้ม

 

            ภาพตรงหน้านั้นงดงามจนอาร์รันคาร์หลายตนที่ผ่านมาต้องหยุดมอง เพราะภาพตรงหน้าไม่สามารถหาดูได้ง่ายนัก โดยเฉพาะเอสปาด้าที่ทำให้เกิดภาพที่แสนงามและสุขุมนั้น คือ กริมจอร์!!

 

            เอสปาด้าอันดับ 6 เจ้าอารมณ์ ชอบ(แหก)ปากโวยวายเสียทุกครั้งไป แถมยังป่าเถื่อน เลือดเย็น รักการเข่นฆ่าเสียยิ่งกว่าชีวิต!!

             ไสหัวไป...

            ร่างสูงขยับปากเอ่ยคำอย่างแผ่วเบาแต่มั่นคง อาร์รันคาร์หลายตนสะดุ้งตื่นจากภวังค์พร่อมใจมองร่างสูงอย่าสงมีคำถาม อะไรหรือครับ??

 

            ไสหัวไป..

 

            ร่างสูงย้ำอีกครั้ง น้ำเสียงเริ่มดังขึ้น มือหนากำแขนตัวเองแน่นเสียจนเล็บจิกลงไปเรียกเลือดสดๆให้ไหลริน แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่สนใจนัก พยายามอย่างสูงที่จะไม่ระเบิดอารมณ์อย่างเคย น่ารำคาญจริง..ไสหัวไปให้พ้นๆ วันนี้ข้ายังไม่อยากฆ่าใคร!!

 

            กริมจอร์คิดในใจอย่างสะกัดกั้นอารมณ์ ความหงุดหงิดแล่นขึ้นเป็นริ้วๆ เมื่อเห็นเหล่าอาร์รันคาร์ไม่ยอมขยับเคลื่อนตัวไปไหน ร่างสูงที่เพียรพยายามไม่พาลใส่ใครถึงกับระเบิด

 

            ไสหัวไป..ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้าทุกตนนั้นแหละ!!”

 

            ลำแสงซีโร่สาดเข้าใส่อาร์รันคาร์ทั้งหลายจนแหลกเป็นผง เมื่อเห็นอาร์รันคาร์กลายเป็นผง ความหงุดหงิดถึงค่อยๆลดลง มือหนายกขึ้นเสยผมขึ้นอย่างหงุดหงิดใจ

 

            บ้าจริง..แต่ช่างเถอะ

 

            กริมจอร์กล่าวง่ายๆ ก่อนหันหลังแล้วเดินจากไป เมื่อร่างสูงเดินหายลับไปแล้วร่างอีกร่างหนึ่งที่หลบอยู่ในมุมมืดเฝ้าทุกการกระทำถึงค่อยๆเคลื่อนตัวออกมาจากเงามืด

 

            แววตาสีมรกตบนใบหน้าสวยที่เย็นชาติดเศร้าสร้อย กวาดมองไปยังบริเวณนั้นอย่างเฉยชา พลางนึกถึงสาเหตุที่ทำให้คนอารมณ์ร้อนอย่างกริมจอร์ถึงกับยืนนิ่งทำเท่เป็นพระเอกมิวสิคอยู่ได้ตั้งนานสองนาน (ถึงมันจะระเบิดอารมณ์ออกมาเป็นตอนสุดท้ายก็เถอะ)

 

            ข้าไม่อยากให้เจ้าเป็นแบบนี้...

 

            เสียงหวานเอ่ยเรียบๆ ข้าไม่อยากให้เจ้าทำตัวสุขุม ครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา และอย่ามีตาสีฟ้าที่มีแววขุ่นมัว...

 

            เสียงหวานค่อยๆเอื้อนเอ่ยออกไป

 

            ข้าอยากให้เจ้าอารมณ์ร้อน หงุดหงิดง่าย ตะโกนต่อว่าข้าอย่างไร้เยื่อใย เป็นเอสปาด้าตนเดิมที่ข้ารู้จัก..

 

            เถิดนะ....กริมจอร์....

 

            ถ้อยคำสุดท้ายเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างแสนรักและถนุถนอม

 

กริมจอร์..

 ชื่อของเจ้า...

           

ข้าอยากที่จะเรียก...

           

 อยากที่จะฟังเสียงของเจ้า...

           

ถึงแม้...

           

 ...มันจะเป็นคำต่อว่าอย่างไม่มีเยื่อใย

           

...แม้มันจะตัดทอนริดรอนใจข้าให้แหลกเป็นเสี่ยง

           

แต่ข้าพอใจที่จะได้ยินมัน...

           

ขอเพียงเจ้า..อย่าขุ่นมัว

           

อย่าเป็นนภาที่หม่องมัวและมืดมิดแบบนี้อีกเลยนะ...

           

...กริมจอร์...